Happy-Decor

เตรียมพร้อมก่อนตรวจรับบ้าน

สวัสดีครับท่านเจ้าของและอนาคตเจ้าของบ้านทุกท่าน
วันนี้มาเล่าสู่กันฟังเรื่องใกล้ตัวมากๆยิ่งช่วงนี้โครงการฯขึ้นเยอะคนซื้อก็แยะและใกล้สิ้นปีโครงการฯก็อยากส่งมอบให้เสร็จเพื่อปิดงบเจ้าของและอนาคตเจ้าของก็อยากรับเร็วๆเพื่อมีบ้านอยู่ปลายปีมีความสุขกันทั่วหน้าแต่ความสุขนั้นทักกลายเป็นความทุกข์เมื่อรู้ว่าบ้านที่พึ่งรับมอบมาหมาดๆมีปัญหาแอบแฝงสารพัดมีวิธีสังเกตุตรวจตรากันอย่างไรลองมาดูกันครับ

โดยแท้จริงแล้วท่านเจ้าของบ้านทุกท่านควรไปดูบ้านของตนตั้งแต่เริ่มก่อสร้างเพราะบางสิ่งบางอย่างไม่สามารถเห็นได้หรือทุบออกมาดูได้เมื่อสร้างเสร็จบางท่านอาจแย้งว่าชั้นไปดูตอนเค้าสร้างแล้วแต่ดูไม่รู้เรื่องหรือโดนผู้รับเหมาห้ามเข้าไปจุ้นจ้านก็ควรจะหาผู้มีความรู้ความชำนาญไปดูด้วยนะครับโดยก่อนไปดูควรเอาสัญญาให้ท่านผู้ที่จะพาไปดูด้วยเค้าศึกษาก่อนว่ารายละเอียดโครงการฯจะกระทำให้ตามสัญญานั้นมีอะไรบ้างวันไปดูจะได้ไม่ต้องไปอธิบายหรือยืนเถียงกันต่อหน้าช่างให้เหนื่อย

การไปดูแต่ละครั้งถ้าเป็นไปได้ในครั้งแรกๆควรแจ้งให้โครงการฯทราบและเข้าใจเพราะไม่เช่นนั้นโครงการฯมักโบ่ยเอาดื้อๆเวลามีปัญหาว่าเป็นความผิดของท่านและขณะที่ไปดูก็บอกให้ผู้รู้ท่านนั้นท่านเตรียมกล้องถ่ายรูปติดมือไปด้วยแล้วถ่ายเป็นหลักฐานในแต่ละครั้งเพื่อถ้ามีข้อผิดพลาดจะได้นำมาเป็นหักฐานยืนยันกันได้อย่างชัดเจนไม่ต้องไปเถียงกันให้เสียเวลาเปล่าครับ

หลักการในการเข้าไปคือแบ่งได้คร่าวๆคือ
-ขั้นแรกการขึ้นฐานรากและโครงสร้างระดับดินช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญมากเหมือนคนเริ่มตั้งไข่เพราะในช่วงนี้จะเป็นกรรวมมิตรระหว่างระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญและงานโครงสร้างที่สำคัญส้วมจะเต็ม,ท่อจะตัน,ปลวกจะขึ้นบ้านก็พิสูจน์ได้กันช่วงนี้ล่ะครับ
-ขั้นที่สองการทำโครงสร้างรับน้ำหนักต่างๆเช่นเสา,คาน
-ขั้นที่สามการก่อผนังและติดตั้งวงกบ
-ขั้นที่สี่อาจจะพร้อมๆไปกับการทำผนังคือการขึ้นโครงหลังคา
-ขั้นที่ห้าการเดินท่อระบบสาธารณูปโภค
ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยนั้นก็คงต้องแล้วแต่สถานการณ์และวิจารณญาณของแต่ละท่านไปครับ

เมื่อตรวจจนเสร็จเราก็จะได้รู้ไส้รู้พุงของบ้านเราทำให้ไม่ต้องไปเถียงกันภายหลังว่าชั้นจะรู้ได้ไงว่าเป็นอย่างที่คิดหรือเปล่าคนตอบก็จนแต้มครับหรือถ้าเกิดปัญหาก็แก้ไขได้ตั้งแต่เนิ่นๆไม่ต้อจำใจรับมอบบ้านทั้งน้ำตา

ขั้นตอนสุดท้ายก็คือตรวจตราในสิ่งที่ตาเราเห็นเช่นสี,กระจก,ประตู,หน้าต่างวอลล์เปเปอร์จนกระทั่งเดินไปดูในห้องน้ำกดชักโครกดู,ลองล้างไม้ล้างมือดู,เปิดไฟดูใช้เวลากับมันสักครึ่งวันเดินไปเดินมาส่องไปส่องมาไม่ต้องเกงใจใครบ้านเราเรายังต้อง
อยู่อีกสิบปีจริงไหมครับนี่เป็นขั้นตอนที่สามารถใช้กำลังภายในเท่าที่มีพิมพ์มาได้ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยทุก
ท่านคงต้องหันหน้าเข้าหากันนะครับ

เกร็ดเล็กน้อยเพิ่มเติม

ขอแสดงข้อคิดเห็นกรณีของคุณแอนครับ
1.ควรรับมอบบ้านที่เสร็จแล้ว 100%(ตรวจรับอย่างละเอียด)
2.เรื่องแบบโครงสร้างส่วนใหญ่เขาจะไม่ให้กัน จะให้ได้แค่แปลนยื่นกู้ (คือ แปลนไฟฟ้า แปลนประปา แปลนพื้นแต่ละชั้น และ รูปด้านต่าง ๆ) ส่วนแบบโครงสร้างถ้าจำเป็นต้องใช้จริง ๆ ก็ให้จำรหัสของแบบไว้ แล้วไปขอดูที่โครงการก็ได้ เหตุผลที่เขาไม่ให้นั้น อาจจะกลัวทางเจ้าของบ้านหรือผู้รับเหมาต่อเติมนำแบบโครงสร้างของเขาไปดัดแปลงต่อเติมโดยไม่แจ้งให้ทางวิศวกรผู้ออกแบบให้ทราบก่อน ปกติถ้าจะมีการดัดแปลงหรือต่อเติมส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร และไปเกี่ยวข้องกับโครงสร้างเดิมจะต้องขออนุญาติทางวิศวกรผู้ออกแบบก่อน เพราะวิศวกรผู้ออกแบบเขาต้องดูแลรับผิดชอบในแบบนั้น ๆ ไปตลอดชีวิตเลย)
**เพิ่มเติม**..การตราจอย่างละเอียดก่อนรับมอบบ้านต้องตรวจอะไรบ้างถ้าเป็นบ้านของผม คงตรวจทุกอย่างที่เห็น แต่ในความเป็นจริงแล้วบ้านก็คือสินค้าแฮนด์เมค....ฉนั้นคงจะต้องมีบ้างที่ไม่ตรงตามที่เราคาดฝันไว้....แต่ที่สำคัญ ๆ ที่ต้องตรวจและไม่ควรลืม เช่น..

1.ระบบไฟฟ้า..ตรวจอะไรบ้าง..?
- ก็คงทั้งหมดเปิดไฟทั้งบ้าน ดูหลอดไฟทุกหลอดว่าติดหรือเปล่า ถ้าไม่ติดก็ขอเปลี่ยนเลย เพราะหลอดไฟทุกชนิดมีอายุการใช้งานหากไม่ขอซะตอนนี้ต่อไปเขาอาจจะอ้างเรื่องอายุการใช้งานได้...เวลาไปตรวจรับบ้านถ้าเป็นไปได้น่าจะมีอุปกรณ์/เครื่องใช้ไฟฟ้าไปด้วย..เพื่อตรวจสอบปลั๊กแต่ละจุดว่ามีไฟหรือเปล่า...เสียบไปแล้วมีไฟรั่วใหม...เพราะบางที่สายดินอาจหลวม...หรือต่อสลับสายดินกับไฟ...ตรวจเช็คระบบเซฟทีคัทว่าทำงานปกติหรือเปล่า...ลองกดปุ่มเทสดู...ตรวจดูระบบไฟฉุกเฉิน...ว่าใช้ได้จริง...บางที่เขาไม่ได้ต่อสายไว้อยู่ใต้ฝ้าเรามองไม่เห็น...ถ้าให้แก้ไขซะตอนนี้..ก็จะเร็ว...แต่ถ้าเรารับไปแล้ว...อาจจะแก้งานให้เราช้าก็ได้....ระบบแอร์ทำงานทุกตัวหรือเปล่า....สายอากาศ...มีสัญญาณหรือไม่...อาจต้องให้ช่างเขาใช้อุปกรณ์....เช็คให้ดูว่ามีสัญญาณจริงหรือไม่...สายโทรศัพท์....มีสัญญาณหรือเปล่า....เพราะระบบเหล่านี้..ส่วนใหญ่เขาจะเดินร้อยท่อไว้หมด..... ฝังไว้ในผนัง ...หากมีการแก้ไขอาจต้องมีการสกัดผนัง......หรือดึงสายใหม่.........อาจมีผลกระทบเสียหายตามมาเยอะ.....ปกติก็ไม่ค่อยอยากจะแก้ไขเท่าไร.....หรือทำให้ก็จะช้ามาก.....แต่ถ้าเรายังไม่รับบ้าน...ไม่รีบแก้ไขก็ส่งไม่ได้....ยังมีระบบประปาอีก..อันนี้สำคัญครับ.
ขอโทษครับขอแก้ไขข้อคิดเห็นที่16นิดหน่อยครับ
**ไม่ต้องเตรียมเครื่องใช้ไฟฟ้าไปก็ได้ในการตรวจเช็คปลั๊กแต่เราให้ช่างใช้ไขควงวัดไฟให้ดูเลย(อุปกรณ์ตรวจวัดไฟ)

2.ส่วนงานระบบประปา...อันนี้สำคัญ...ถ้ามีปัญหาแล้วแก้ไขยาก...ระบบประปาก็เหมือนกัน...ฝังไวในผนังบ้าง....ในพื้นบ้าง...สายไฟอยู่ในผนังก็จริง...แต่ก็ยังร้อยท่อไว้..บางครั้งก็สามารถดึง..ออกมาแก้ไขได้...ทุบแค่บางส่วน..แต่ระบบประปาถ้าเกิดมีแตก...มีรั่ว..ในผนัง...หรือ..พื้นละก้อ...ต้องทุบกันยาวเลย...วิธีการดูก็ง่าย ๆ...เช่น

1.ท่อน้ำดี....บ้านสมัยใหม่ ๆ ส่วนใหญ่ก็จะมีระบบปั้ม....เริ่มจากมิเตอร์ของการประปา....ก็ปล่อยลงถังเก็บน้ำใต้ดิน....ปั้มดูดน้ำจากถัง...เข้าบ้าน...มันก็จะมีท่ออยู่สองช่วง...คือช่วงก่อนลงถังน้ำ/มาถึงหน้าปั้ม....กับระบบท่อหลังปั้มซึ่งจะเป็นระบบท่อที่เข้าบ้าน...ปกติถ้าเราเปิดเบรคเกอร์ไฟทั้งหมดแล้ว..ก็จะมีเบรคเกอร์ตัวนึงที่คุมระบบปั้มอยู่ด้วย....สังเกตุง่าย ๆ....ถ้าเราเปิด...เบรคเกอร์ปั้มน้ำแล้ว...ถ้าปั้มไม่ทำงานก็ถือว่า...ระบบท่อน้ำดีภายในบ้านปกติ...ไม่รั่ว..แต่ถ้า..มีเสียงปั้มดัง..ก็แสดงว่า..อาจมีรั่ว...ถ้าดังต่อเนื่อง...แสดงว่ารั่วมาก...ถ้าดังเป็นช่วง ๆ แล้วหยุดก็อาจแค่ซึม...แต่ถ้าไม่รั่วไม่ซึมแต่มีเสียงดัง..ก็อาจเป็นเพราะในระบบทางดูดมีอากาศเข้าไปแทนที่น้ำ....ปั้มจึงทำงาน..ถ้าปล่อยไว้นาน ๆ ปั้มอาจจะไหม้ได้....

2.ระบบระบายน้ำทิ้งต่าง ๆ ก็ตรวจเช็คดูว่ามีตันหรือเปล่า เพราะบางทีอาจมีเศษฝุ่นเข้าไปอุดตัน...เศษปูน....ถ้าเช็คดูแล้วเห็นว่าตันก็ต้องให้เขาแก้ไขเลยเพราะระบบท่อมันอยู่ใต้พื้นทั้งหมดการแก้ไขต้องใช้เวลา...หรืออาจมีผลเสียหายต่อเนื่อง.....

3. ชักโครกก็ต้องลองกดดู....ว่าใช้ได้ปกติหรือเปล่า....

4. ถ้าเป็นท่อน้ำดีช่วงก่อนลงถัง/หรือมาถึงหน้าปั้ม...ถ้ามีรั่ว..ปั้มจะไม่ทำงาน...มีข้อสังเกตุอยู่ 2 อย่าง...คือดูที่มิเตอร์น้ำหน้าบ้าน...ถ้าหมุนอยู่ตลอดเวลาโดยที่เราไม่มีการใช้น้ำ.....ก็อาจจะรั่ว..บริเวณท่อเมนเข้าบ้านได้.........หรือดูจาก...แนวท่อน้ำดีที่เข้าบ้าน....โดยส่วนใหญ่เขาฝังไว้ใต้ดิน......แล้วปลูกหญ้าทับไว้......ลึกไม่มากนัก...ถ้ามีน้ำรั่วก็อาจจะมี....รอยน้ำชื้นที่ดินบริเวณนั้นหรือหญ้าเปี๊ยก......ไว้แค่นี้ก่อนครับ.............

คัดลอกมาจาก www.pantip.com/cafe/home

สวัสดีครับแฟน ๆ คนรักบ้านทุก ๆ ท่าน พบกับผมทุกเสาร์เช่นเคยครับกับสาระน่ารู้ดี ๆ เกี่ยวกับบ้าน เผลอแป๊บเดียวผมได้ได้รับใช้แฟน ๆ คนรักบ้านมาได้เกือบปีแล้วครับ ในช่วงใกล้ปีใหม่อย่างนี้ก็มีแฟน ๆ คนรักบ้านหลาย ๆท่านถือโอกาสชื้อบ้านใหม่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ๆ กันในปีหน้าฟ้าใหม่ที่กำลังคลืบคลานเข้ามาถึงนี้ บางท่านนั้นเมื่อบ้านสร้างเสร็จแล้วถึงเวลาต้องตรวจรับบ้านกับเขา ก็ไม่มีความรู้เรื่องนี้กันเลยครับ เข้ามาปรึกษากับผมและทีมงานคนรักบ้านว่า เวลาตรวจรับบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว ก่อนจะโอน ควรจะดู และตรวจสอบอะไรอย่างไดบ้าง เป็นคำถามยอดนิยมที่ผมได้ยินอยู่บ่อย ๆ ในช่วงนี้ครับ
แฟน ๆ คนรักบ้านท่านใดที่ต้องไปตรวจรับบ้านนั้นจะต้องตระเตรียมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการตรวจสอบคือ ไฟฉาย,ถังน้ำ ,โคมไฟฟ้า, เศษผ้า,สายยาง, กระดาษ, ดินสอ หากมีกล้องติดไปด้วยเวลาตลอดสอบจะได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานก็จะดีมากครับ มาดูกันว่าเราจะใช้อุปกรณ์เหล่านี้ตรวจเช็คจุดต่าง ๆ ของบ้านกันอย่างไร แต่ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนครับว่าในการตรวจรับบ้านนั้นจะต้องตรวจเช็คกันอย่างละเอียดถี่ถ้วนอย่างเป็น"ระบบ"ในแต่ละส่วนของบ้านโดยแบ่งเป็นส่วนต่าง ๆ ที่จะทำการตรวจสอบดังนี้ครับ

1.สภาพภายนอกตัวบ้าน
2. ระบบโครงสร้าง
3. ระบบหลังคา
4. ระบบพื้นผิว
5. ระบบผนัง
6. ระบบฝ้าเพดาน
7. ระบบช่องเปิด
8. ระบบไฟฟ้า
9. ระบบสุขาภิบาล
10. ความเรียบร้อยทั่วไป

สิ่งที่ควรทราบก่อนการตรวจรับบ้านคือ การตรวจสอบบ้านใหม่ที่ผมกำลังพูดถึงนี้ เป็นการตรวจแค่ปลายทางเท่านั้น จึงไม่สามารถที่จะตรวจเช็คความเรียบร้อยของตัวบ้านโดยเฉพาะความแข็งแรงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทางที่ดีที่สุดคือต้องมีการตรวจเช็คการสร้างบ้าน เป็นระยะๆ ตลอดเวลาการก่อสร้าง เมื่อสร้างเสร็จแล้วจึงตรวจเช็ครับบ้านเป็นครั้งสุดท้าย ในการตรวจสอบบ้านใหม่นั้นมีแนวทางในการตรวจเช็คในขั้นสุดท้ายดังนี้ครับ

การตรวจสอบสภาพภายนอกตัวบ้าน

อันดับแรกของการตรวจรับบ้าน นั้นคงต้องดูความเรียบร้อยของสภาพภายนอกตัวบ้านเสียก่อนครับโดยเริ่มจากการ ตรวจดูสภาพรอบ ๆ บ้าน ตรวจดิ่ง ฉาก ของท่อระบายน้ำ ท่อประปา สภาพของทางระบายน้ำ ถังบำบัด ท่อน้ำทิ้งและท่อน้ำดี ท่อต่าง ๆ เหล่านี้มีระยะความลาดเอียงเป็นอย่างไร ระบายน้ำได้ดีหรือไม่ ฝาท่อระบายน้ำเรียบร้อยสวยงามหรือไม่ ครับ
จากนั้นแฟน ๆ คนรักบ้านจึงเริ่มตรวจสอบดูความเรียบร้อยภายนอกบ้าน เช่น ผนังบ้านด้านนอกมีจุดที่แหว่งหรือมีสีเลอะเทอะ งานปูนในส่วนที่เป็นซอกมุมเก็บงานเรียบร้อยหรือไม่อย่างไร ค่อยตรวจสอบช้า ๆ อย่างละเอียดไม่ต้องเร่งรีบ เห็นจุดบกพร่องที่ใดก็ให้ถ่ายรูปเก็บเป็นหลักฐาน เพื่อที่จะให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการแก้ไข เป็นคนช่างสงสัยไว้ก่อนก็จะเป็นประโยชน์ครับ
ฉบับหน้ามาดูกันต่อครับว่ามีวีธีตรวจเช็คส่วนอื่น ๆ ของบ้านกันอย่างไรบ้าง ห้ามพลาดเชียวครับ

คัดลอกมาจาก www.pantip.com/cafe/home

การตรวจสอบระบบโครงสร้าง
โครงสร้างนับว่าเป็นส่วนที่สำคัญของบ้าน จะให้ดีที่สุดควรมีการตรวจสอบกันตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้างครับ ในการตรวจรับบ้านเมื่อบ้านได้สร้างเสร็จแล้วนั้นก็เป็นการตรวจสอบได้เพียงภายนอกคือ ตรวจเช็คความลาด เอียง รอยร้าวต่าง ๆ โดยเฉพาะในบริเวณ พื้น คาน เสา ซึ่งถือว่าเป็นส่วนโครงสร้างที่สำคัญของบ้านครับ

การตรวจสอบระบบหลังคา
ตรวจสอบว่าโครงหลังคาที่ติดตั้งแล้วนั้นได้ฉากได้ระดับหรือไม่ ระยะห่างของแปเป็นอย่างไร การติดตั้งและการยึดแผ่นกระเบื้องหลังคาถูกต้องเท่ากันหรือไม่ มีการซ้อนทับของกระเบื้องถูกต้องตามมาตรฐานการติดตั้งหรือไม่ ความลาดเอียง ครอบสันเป็นอย่างไร มีแผ่นกระเบื้องบางแผ่นแตกหรือมีการรั่วซึมหรือไม่ ไม้ระแนงและไม้เชิงชาย มีการไสแต่งผิวเรียบเนียน มีขนาดสม่ำเสมอกันหรือไม่ มีการทาน้ำยากันปลวกและรักษาเนื้อไม้หรือไม่ และสุดท้ายสำหรับการตรวจสอบระบบหลังคา คือนำสายยางที่เตรียมไว้มาฉีดน้ำให้ทั่วทั้งหลังคาบ้าน และตรวจสอบดูว่ามีการรั่วซึมหรือไม่ โดยสังเกตจากรอยหยดน้ำที่พื้นหรือฝ้าเพดานครับ

การตรวจสอบงานพื้น
เริ่มต้นการตรวจสอบงานพื้นโดยทำการตรวจสอบความเรียบของผิวหน้าพื้น ความถูกต้อง ระนาบ รอยต่อของกระเบื้อง และรอยชนระหว่างพื้นกับผนัง แฟน ๆ คนรักบ้านอาจจะทดสอบระดับพื้นผิวด้วยลูกแก้วก็ได้ครับ โดยลองวางลูกแก้วหลาย ๆ ลูกที่พื้น แล้วสังเกตดูการกลิ้งของลูกแก้วก็จะพอทราบได้ครับว่าพื้นดังกล่าวเรียบเสมอกันหรือไม่
หากพื้นเป็นพื้นไม้ปาเก้ร์นั้น การติดตั้งที่ถูกต้องตามหลักวิชาช่างนั้นจะต้องรอให้พื้นที่จะปูแห้งสนิทและทาน้ำยากันซึมไว้ด้วย บริเวณรอยต่อพื้นไม้แต่ละชื้นต้องต่อกันสนิท แต่ไม่ควรจะแน่นจนเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดการโก่งงอจากการขยายตัวของไม้ได้ง่าย
หากเป็นพื้นกระเบื้อง กระเบื้องที่ปูพื้นควรเป็นกระเบื้องที่มีผิวสัมผัสหยาบ ห้ามนำกระเบื้องปูผนังที่มีผิวลื่นมาปูพื้นเด็ดขาดครับ เพราะอาจจะเกิดอุบัติภัยได้ง่าย
สำหรับพื้นพรม เมื่อทำการปูเสร็จแล้วต้องเรียบร้อย จะต้องไม่เป็นหลุมเป็นบ่อหรือมีรอยย่น รอยต่อให้เห็นครับ
ฉบับนี้ผมขอจบสาระน่ารู้ที่เกี่ยวกับการตรวจสอบบ้านใหม่กันเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ สัปดาห์หน้ามาดูกันต่อกับการตรวจเช็คบ้านใหม่ในประเด็นที่น่ารู้อื่น ๆ อีกครับ


คัดลอกมาจาก www.pantip.com/cafe/home